วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๙
ทรงประกอบพิธีเปิดอนุสาวรีย์ วีรกรรม พลเรือน ตำรวจ ทหาร และทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูล ละอองธุลีพระบาท ณ ตำบลและ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน
เวลา ๑๐.๕๐ น. พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราบ บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี จากพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ไปยังลานเฮลิคอปเตอร์ภูพิงค์ราชนิเวศน์ เพื่อประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีเปิด อนุสาวรีย์วีรกรรมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ทรงเยี่ยมฐานปฏิบัติการบ้านปืน อำเภอทุ่งช้าง และทรงเยี่ยมราษฎรจังหวัดน่าน
เวลา ๑๒.๒๐ น. เสด็จฯถึงบริเวณอนุสาวรีย์วีรกรรม พลเรือน ตำรวจ ทหาร ตำบลและ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ณ ที่นั้น นายโชดก วีรธรรม พูลสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พลโท สมศักดิ์ ปัญจมานนท์ แม่ทัพภาพ 3 และพลตรี แสวง จามรจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้า กราบบังคมทูลรายงานตามลำดับ แล้วเสด็จพระราชดำเนินขึ้นบนลานอนุสาวรีย์ฯ เสด็จพระราชดำเนินเข้าพลับพลาพิธี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราบ บรมนาถบพิตร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย พระราชาคณะประธานสงฆ์ถวายศีลจบแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดคลุมแผ่นชื่ออนุสาวรีย์ฯ แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวสดุดีวีรกรรมของพลเรือน ตำรวจ ทหาร อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน จบแล้วพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราบ บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์ ทรงวาง พวงมาลาที่อนุสาวรีย์ฯ แล้วทรงมีพระราชปฏิสันถารและปฏิสันถารอย่างใกล้ชิดกับลูกเสือ ชาวบ้านและราษฎรที่เฝ้าฯ อยู่ในบริเวณนั้น ในการนี้พระครูประภากรพิทักษ์ วัดราษฎร์บำรุง เจ้าคณะอำเภอทุ่งช้าง เฝ้าถวายพระเครื่องและตะกรุดสำหรับพระราชทานแก่ทหาร ตำรวจ ด้วย จากนั้นเสด็จฯ ต่อไปเมื่อเวลา ๑๓.๔๐ น.
เวลา ๑๔.๐๐ น. เสด็จถึงฐานปฏิบัติการบ้านปิน ตำบลปอน อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ณ ที่นั้น
พันโทวิชัย ศิริถาพร ผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ ๒๑๑ กองพลทหารม้าส่วนหน้า กราบบังคมทูลรายงานแล้วทรงทอดพระเนตรรอบฐานปฏิบัติการโดยมีร้อยโท ณรงค์เดช นันทโพธิ์เดช ผู้บังคับกองร้อยที่ ๓ กองพันทหารราบที่ ๒๑๑ กองพลทหารม้าส่วนหน้าเป็นผู้กราบบังคมทูลถวายรายละเอียดต่างๆ จากนั้นผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๒๑๑ กราบบังคมทูลบรรยายสรุปสถานการณ์ เสร็จแล้วพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราบ บรมนาถบพิตร ทรงพระสุหร่ายและทรงเจิมพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแล้วพระราชทานพระบรมรูปฯ แก่แม่ทัพภาค ๓ เพื่อเชิญไปประดิษฐานที่อำเภอทุ่งช้างพระราชทานเหรียญพระไพรีพินาศและเหรียญหลวงปู่แหวนแก่แม่ทัพภาค ๓ เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ทหารที่ปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดน่าน และพระราชทานถุงของขวัญแก่ผู้แทนฐานปฏิบัติการบ้านปืน จากนั้น ประทับเสวยพระกระยาหารกลางวัน ครั้นทรงพักผ่อนพระราชอิริยาบถตามพระราชอัธยาศัยแล้ว จึงประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เมื่อเวลา ๑๗.๑๐ น.เสด็จพระราชดำเนินกลับถึงพระตำหนัก ภูพิงคราชนิเวศน์ เมื่อเวลา ๑๘.๕๐ น.
วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2519
เวลา 10.10 น. พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราบ บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ไปยังลานเฮลิคอปเตอร์ภูพิงค์ราชนิเวศน์ เพื่อประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเสด็จฯไปยังศูนย์อพยพชาวเขาอำเภอปัว บ้านถ้ำเวียงแก อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่านและบ้านใหม่ร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดเชียงราย
เวลา 11.35 น. เสด็จฯ ถึงกองร้อยชาวเขาอาสาสมัครที่ ๒๑ แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ ไปยังศูนย์อพยพชาวเขา ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว ทรงเยี่ยมราษฎรและลูกเสือชาวบ้านที่เฝ้าฯ อยู่บริเวณหน้าโรงเรียนป่ากลางมิตรภาพที่ 166 จากนั้นพระราชทานเสื้อกันหนาวแก่ครู พระราชทานสมุด ดินสอและขนมแก่นักเรียน ตลอดจนพระราชทานเครื่องกีฬา อุปกรณ์การสอน และยา แก่โรงเรียน เสร็จแล้วพระราชทานผ้าห่ม มุ้ง จอบและเกลือ แก่ผู้ใหญ่บ้านในเขตตำบลศิลาแลงและตำบลบ่อเกลือใต้
ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราบ บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ไปยังห้องประชุมสำนักงานศูนย์ฯ เสร็จแล้ว เสด็จ ฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งไปทอดพระเนตรบริเวณที่จะทำการพัฒนาที่ดิน และบริเวณที่จะขุดบ่อเก็บน้ำ โดยมีผู้อำนวยการโครงการจัดและพัฒนาที่ดินภาคเหนือ และนาย อีซี.แซบแมน หัวหน้าโครงการพัฒนาที่ดิน ไทย – ออสเตรเลีย กราบบังคมทูลรายละเอียด ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราบ บรมนาถบพิตร มีกระแสพระราชดำรัสว่า ฝ่ายเจ้าหน้าที่ต้องรีบทำการสำรวจแหล่งน้ำอื่นๆภายนอกเขตพื้นที่ของศูนย์ ฯ ด้วย เพื่อพิจารณาวางแผนนำน้ำมาใช้ในพื้นที่ที่จะทำการพัฒนาสำหรับบ่อเก็บน้ำแต่ละแห่งนั้น ต้องพยายามให้มีปริมาณน้ำเพียงพอ สำหรับราษฎรได้ใช้ทำการเพาะปลูกเล็กๆน้อยๆรอบบริเวณบ่อตลอดฤดูแล้งเพื่อประทังความเดือดร้อนปัญหาการขาดแคลนน้ำ นอกจากนั้นควรทำการสำรวจแหล่งน้ำใต้ดิน เพื่อ หาวิธีนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งอาจทดลองสร้างเขื่อนสำหรับกั้นน้ำใต้ดิน เพื่อให้พื้นที่ เพาะปลูกมีความชุ่มชื้นมากขึ้นเสร็จแล้วเสด็จฯกลับไปยังที่ทำการกองร้อยชาวเขาอาสาสมัครที่ 21 เพื่อทรงสมทบกับ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเสด็จฯกลับจากการทรงเยี่ยมราษฎรและลูกเสือชาวบ้าน ณ โรงเรียนป่ากลางมิตรภาพที่ 166 ก่อนเสด็จฯโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งต่อไปเมื่อเวลา 13.30 น.
เวลา 13.40 น. เสด็จฯถึงบ้านถ้ำเวียงแก ตำบลนาไร่หลวง อำเภอเชียงกลาง เสด็จพระราชดำเนิน ไปยังบ้านนายเล่ายี แซ่เท้า หัวหน้าพัฒนาของหมู่บ้าน เพื่อทรงเยี่ยมอาการของนายเล่ายี ซึ่งประสบอุบัติเหตุขาหัก เดินไม่ได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้แพทย์ที่โดยเสด็จฯ ทำการตรวจอาการและให้คำแนะนำเกี่ยวกับกายภาพบำบัด จากนั้นเสด็จฯไปยังบริเวณหน้าโรงเรียนสมาคมพยาบาลไทยเพื่อทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าฯอยู่ ณ บริเวณนั้น ในการนี้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้มีกระแสพระราชดำรัสกับครูที่พยายามสนับสนุนให้ราษฎรทอผ้าในยามว่าง เพื่อจะได้มีรายได้พิเศษซึ่งจะทรงช่วยเหลือในการขนส่งและการจัดจำหน่าย เสร็จแล้วประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเสด็จต่อไป เมื่อเวลา 14.25 น.