วันที่ 29 กันยายน 2566 นางสุเกวรินทร์ เหล็กนาพญา พาณิชย์จังหวัดน่าน นำคณะคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรมวุฒิสภา นำโดยนางอภิรดี ตันตราภรณ์ ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรมวุฒิสภา และกรมเจราการค้าระหว่างประเทศ นำโดยนางสาวบุณิกา แจ่มใสรองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เดินทางไปยัง ห้างหุ้นส่วนจำกัด หอมเครื่อง ฟู้ด น่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายนัทธิ ขัตติยะ ประธานกลุ่ม พร้อมด้วย นายรังสฤษฏ์ เจ้าของกิจการ,นางสาวเมจกา กรเยาวกานต์ ผู้ช่วย ให้การต้อนรับ
มะแขวน เป็นพืชเครื่องเทศที่พบมากทางภาคเหนือของไทย เป็นพืชเศรษฐกิจท้องถิ่นของจังหวัดภาคเหนือ เช่น แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และน่าน มี 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์สีเขียวและ พันธุ์สีแดงสามารถเติบโตในที่มีความสูงจากระดับน้พทะเล 800-1,000 เมตร ต้องการสภาพอากาศค่อนข้างเย็น ความขึ้นในอากาศสูงเจริญเติบโตดีในดินที่ระบายน้ำได้ดี ไม่ต้องการน้ำมาก นิยมปลูกตามไหล่เขาหรือพื้นที่สูงชัน ปัจจุบันมะแข่วนใช้ในการบริโภคประจำวันเพื่อเป็นส่วนประกอบของอาหารพื้นเมืองภาคเหนือ โดยเฉพาะลาบและเป็นยารักษาสุขภาพ จังหวัดน่านปลูกมะแขว่นเป็นพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ แหล่งปลูกมะแข่วนที่สำคัญอยู่ใน 2 อำเภอคือ อำเภอสองแคว มีพื้นที่ปลูก 1,383 ไร่ และอำเภอนาหมื่นสามารถปลูกร่วมกับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นในภาคเหนือได้หลายชนิด อาทิ ชา กาแฟอาราบิกา ส้ม เงาะ ลิ้นจี่ มะม่วง สับปะรด ไม้ผลเมืองหนาวอื่นๆ เช่น ส้ม มะนาว มะม่วงหิมพาน หวาย และกล้วย ฤดูกาลเก็บเกี่ยวอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคมของทุกให้ผลผลิตได้หลังการปลูกประมาณ 3 ปีและมีอายุการให้ผลผลิตนานหลายสิบปีและให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นตามอายุ เช่น อายุ 3-5 ปี จะให้ผลผลิต 1-5 กิโลกรัมต่อต้น อายุ6-10 ปีจะให้ผลผลิต 10-15 กิโลกรัม และอาย 21-25 ปีจะให้ผลผลิตถึง 50 กิโลกรัมต่อต้น ซึ่งแต่ละปีจะมีการจัดงานวันมะแขว่นหอมเป็นเทศกาลประจำฤดูหนาวของทุกปีห้างหุ้นส่วนจำกัดหอมเครื่องฟู้ด อำเภอภูเพียง จัดตั้งเมือปี 2564 เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะแขว่น ภายใต้แบรนด์ "หอมเครื่อง" เพื่อสนับสนุนสมุนไพรท้องถิ่นที่ปลูกโดยไม่ใช่สารเคมีและส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูกมะแข่วนร่วมกับพืชเศษฐกิจ เช่น กาแฟและชาเมี่ยงลด การทำลายน้ำ อีกทั้งสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหอมเครื่องฟู้ดรับซื้อผลผลิตมะแข่วนจากโครงการพัฒนาบ้านกอก-บ้านจูน อำเภอปัว อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพื้นที่เพาะปลูกมะแข่วน 50ไร่ มีผลผลิต 500 กิโลกรัม ถึง 1 ตัน มีจำนวนคนปลูก40-100 ครัวเรือนผลผลิตมะแขว่นของโครงการฯ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากปลูกร่วมพื้นที่ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขา ที่มีความสูง 900 -1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล และมีอุณหภูมิเฉลี่ย 12 -29 องศา ทำให้มะแข่วน มีเม็ดเล็กและกลิ่นหอมพิเศษกว่ามะแขว่นที่ปลูกในพื้นที่อื่น อีกทั้งเป็นการทำเกษตรแบบอินทรีย์ มะแข่วนมีสรรพคุณทางยาที่นำมาแปรรูปที่ ความหลากหลาย เช่นช่วยบำรุงหัวใจ ขับลมในลำไส้ ขับเสมหะ และช่วยแก้อาการวิงเวียงศีรษะ และยกระดับสมุนไพรพื้นบ้านให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยหอมเครื่องได้แปรรูปผลิตภัณฑ์จากมะแขว่นหลากหลายอาทิ น้ำพริกมะแขว่น ซอสมะแขว่น มะแขว่นคั่วบด น้ำจิ้มมะแขว่น เป็นต้น ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะแข่วน เช่น น้ำพริกมะแข่วน ซอสมะแขว่น มะแข่วนคั่วบด และน้ำพริกลาบคั่วหมูและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพรชนิดอื่น เช่นน้ำพริกข่า ซอสปรุงรสก๋วยเตี๋ยว โดยการจำหน่ายสินค้า ตลาดออนไลน์ ได้แก่ เฟสบุ๊คไลน์ช้อป ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท ช้อปปี้ ลาซาดา และจำหน่ายหน้ำร้นของฝากจังหวัดน่าน อาทิTik Tok Shop ร้านบ้านถั่วลิสง ร้านต้นน่าน ร้านผ้าทอจางตระกูล และศูนย์โอทอปวัดก๋ง เป็นต้น จำหน่ายในโมเดิร์นเทรดในกรุงเทพฯและจังหวัดในภาคเหนือ อาทิ โลตัสรามอินทรา แจ่มฟ้าช้อปปิ้งมอลล์ ลำพูน และเซ็นทรัลแอร์พอร์ต เชียงใหม่ เป็นต้น ทั้งนี้จุดแข็งได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. และ GMP รับผลิต OEM ให้กับคู่ค้าภายในประเทศ เช่น ซอสหมูปิ้ง โปรตื่นผง และน้ำสลัดส้ม ผลิตภัณฑ์ไม่ใส่สารกันเสีย ไม่เจือสีและแต่งกลิ่น โดยมีความท้าทายเรื่องค่าใช้จ่ายในการสร้างพื้นที่จัดเก็บผลผลิตใหม่ทุกปี เนื่องจากมีงบประมาณไม่เพียงพอจัดหาวัสดุที่มีความแข็งแรง ทำให้ถูกพายุทำลายจนเกิดความเสียหาย ทั้งนี้ทางผู้ประกอบการมีความต้องการ ขยายตลาดในประเทศเพิ่มเติมโดยเฉพาะโมเดิรน์เทรด ได้รับการสนับสนุนเรื่องงบประมาณสำหรับการจัดทำพื้นที่เก็บผลผลิตและได้รับความรู้เรื่องการจัดการระบบคลังสินค้า
ทั้งนี้คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภาและกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้รับฟังข้อมูล ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่ได้รับในวันนี้ เพื่อหาแนวทางส่งเสริมสินค้าในการเข้าถึงตลาดเพิ่มมากขึ้นและใช้ประโยชน์จาก FTA ต่อไป เพื่อร่วมกันรักษาภูมิปัญญาของท้องถิ่นและนำมาสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนจังหวัดน่าน