นายสังศิต พิริยะรังค์สรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำวุฒิสภานำคณะเดินทางมาศึกษาดูงาน เกี่ยวกับการแก้ปัญหาความยากจนด้วยกลยุทธ์การสร้างฝายชะลอน้ำแกนดินซีเมนต์ด้วยระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ตำบลบ่อสวก อำเภอเมือง จังหวัดน่านโดยมีนายสมผล ใหม่แปลง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อสวก พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูล จังหวัดน่าน มีแม่น้ำน่าน เป็นแม่น้ำสายหลัก 45% ของแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน่าน ประกอบไปด้วยลำน้ำสาขามากมาย เหมือนเส้นเลือดฝอย ฉะนั้น การจะทำโครงการเก็บกักน้ำเพื่อใช้ในฤดูแล้ง และดักน้ำ ในช่วงน้ำหลาก จึงไม่สามารถทำได้คลอบคลุม ทุกๆลำน้ำ นวัตกรรมฝายแกนดินซีเมนต์ จึงเป็นอีกหนึ่งทางออก ในการหน่วง ดัก กัก ชะลอ น้ำ เพื่อจากเป็นฝายที่ได้ง่าย ใช้งบประมาณน้อย ใช้วัสดุในพื้นที่ จังหวัดน่าน จึงเกิดการตื่นตัวในการสร้างฝายประเภทนี้ขึ้นมาก ปัจจุบันมีฝายประมาณ 500 ตัว ในระดับอำเภอ มีมากที่สุดที่อำเภอนาน้อย ในระดับตำบล มีมากที่สุดที่ตำบลบ่อสวก ซึ่งตำบลบ่อสวกโดยความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ได้สำรวจเส้นทางน้ำและกำหนดจุดในการสร้างฝายแกนดินซีเมนต์ 350 ฝาย ขณะนี้สร้างแล้วเสร็จไปแล้ว 67 ฝาย ส่งผลให้เกิดการชะลอน้ำ ลดความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลาก ลดปัญหาน้ำท่วมในตัวเมืองน่าน พื้นที่การเกษตรหลังมีฝายสามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ในการเกษตรหลังฤดูทำนาได้ เกษตรกรมีช่องทางเลือกในการประกอบอาชีพทางการเกษตร เกิดเกษตรผสมผสานที่ลดการใช้สารเคมี สุขภาพประชาชนดีขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เพิ่มรายได้จากการมีปัจจัยการผลิตด้านน้ำที่เพียงพอและเหมาะสม เกิดความเป็นธรรมในการใช้น้ำในพื้นที่ และเกิดกระบวนการใช้น้ำอย่างคุ้มค่า เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นสามารถปลูกพืชผักได้ตลอดทั้งปี หลังจากรับฟังข้อมูลจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อสวกและคณะ ถึงระบบการดำเนินการสร้างฝายแกนดินซีเมนต์แล้ว แผนการดำเนินการ ปี 68 ขยายผลแปลงเกษตรกรรมรอบฝายแกนดินซีเมนต์วางแผนการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าด้วยระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์โดยตั้งเป้าหมายไว้ 18 จุด และเก็บตัวเลขรายได้ภาคการเกษตรที่เพิ่มขึ้นเพื่อหาตัวชี้วัด โดยจะได้ออกประชาสัมพันธ์กองทุนรักษ์น้ำบ่อสวก ตามช่องทางต่างๆเพื่อการระดมทุนในรูปแบบปูนซิเมนต์และงบประมาณสำหรับการบริหารจัดการน้ำตำบลบ่อสวก จัดเวทีสัญจรประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้ความรู้ประโยชน์ของฝ่ายแกนดินซีเมนต์ในเวทีประชุมประจำเดือนทุกหมู่บ้านเปิดรับเกษตรกรผู้สนใจสร้างฝ่ายแกนดินซีเมนต์ จัดเวที Brain strom แนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำในตำบลเพื่อเสนอเพิ่มเติมแผนพัฒนาตามยุทธศาสตร์ ปี 68 หลังจากการหารือคณะได้เดินทางไปสำรวจฝายชะลอน้ำ 2 แห่ง ด้วยระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ในพื้นที่ ซึ่งพบว่าฝายสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก เกษตรกรสามารถมีน้ำอุปโภค บริโภคและใช้สำหรับการเกษตร สร้างรายได้ให้กับ ประชาชนระยะยาว พร้อมต่อยอด MOU พัฒนาลำน้ำซาวด์โครงการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยแบบมีส่วนร่วมด้วยการสร้างฝ่ายแกนดินซีเมนต์บริเวณลำน้ำซาว โดยจะมีการอบรมเชิงปฏิบัติการพร้อมสนับสนุนวัสดุสำหรับสร้างสายจำนวน 60 ฝาย คือ บ่อสวก 20 ฝาย นาซาว 20 ฝาย เรือง 20 ฝาย พร้อมทั้งส่งเสริมเกษตรกรบริเวณสายแกนดินซีเมนต์ให้ความรู้การทำเกษตรเพิ่มมูลค่าโดยพิจารณาพิจารณาตามบริบทพื้นที่และความถนัดของเกษตรกรโดยประสานหน่วยงานภาคีเครือข่ายเพื่อเข้าสนับสนุน ทั้งนี้ประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำวุฒิสภากล่าวว่า ผลจากความสำเร็จในการสร้างฝายแกนดินซีเมนต์ ในพื้นที่ตำบลบ่อสวก ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และจะนำไปสู่เป็นพื้นที่นำร่องให้ พื้นที่ทั่วประเทศได้นำไปใช้ โดยนำผลสำเร็จของการสร้างฝ่ายแกนดินซีเมนต์ทั้งของจังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ และจังหวัดพะเยา ไปเป็นต้นแบบให้กับจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศ เพื่อวาง แผนการแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งอย่างเป็นระบบ โดยเน้นพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคเหนือตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหา น้ำท่วม น้ำแล้งอย่างหนัก ก่อนพื้นที่อื่น