จังหวัดน่านประชุม กรอ. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดน-การท่องเที่ยว ชูโปรเจกต์รถไฟทางคู่และเส้นทางเดินรถ “น่าน-หลวงพระบาง”
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมโรงแรมน่านบูติครีสอร์ท อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มอบหมายให้ นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จังหวัดน่าน ครั้งที่ 2/2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าสถานการณ์เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงชายแดน
เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจและช่วยเหลือเกษตรกร
ที่ประชุมได้มีการรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังจังหวัดน่าน และติดตามผลการดำเนินงานโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้พิจารณาแนวทางการบริหารจัดการพืชผลทางการเกษตรตามฤดูกาล โดยเฉพาะ "ส้มสีทอง" ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด เพื่อให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรมด้านราคาและมีช่องทางการตลาดที่ชัดเจน
ในด้านสังคมและวัฒนธรรม ที่ประชุมได้รับทราบผลการสำรวจความคิดเห็นเพื่อพัฒนาพื้นที่ทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน และรายงานจากกลุ่มคลัสเตอร์จังหวัดน่าน (Nan Cluster) เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น
ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและประตูการค้าชายแดน
วาระสำคัญของการประชุมในครั้งนี้ คือการติดตามความคืบหน้าโครงการยุทธศาสตร์เพื่อเชื่อมโยงจังหวัดน่านสู่ภูมิภาคอาเซียน ประกอบด้วย:
1. การพัฒนาด่านพรมแดนห้วยโก๋น: เร่งรัดการปรับปรุงพื้นที่และระบบการให้บริการ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) เพื่อยกระดับความปลอดภัยและมาตรฐานสากล
2. โครงการรถไฟทางคู่: ติดตามผลการศึกษาเส้นทางรถไฟทางคู่ในพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์และการขนส่งมวลชนในอนาคต
3. เส้นทางเดินรถระหว่างประเทศ: พิจารณาการเพิ่มเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทาง "น่าน – หลวงพระบาง" (สปป.ลาว) เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสองประเทศ และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่
มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เน้นย้ำว่าการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนผ่านกลไก กรอ. จะเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างตรงจุด ทั้งในด้านการสนับสนุนภาคธุรกิจ การดูแลเกษตรกร และการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเติบโตของการค้าและการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคอย่างมั่นคงและยั่งยืน