วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองน่าน นางวิไลวรรณ บุดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการจัดทำแผนพัฒนาแหล่งน้ำระดับตำบลตามผังน้ำ พื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อประชาสัมพันธ์ความเป็นมาของโครงการฯ และสรุปข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำที่สำคัญของจังหวัดน่าน รวมทั้ง รับฟังสภาพปัญหาความต้องการพัฒนาแหล่งน้ำสำหรับนำไปจัดทำแผนงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับการจัดทำแผนพัฒนาแหล่งน้ำระดับตำบลครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญเพื่อวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำในระยะยาว โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เพียงพอทุกภาคส่วน ช่วยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ ลดความเสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่เสี่ยง ยกระดับคุณภาพชีวิตและสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีผู้แทนกรมชลประทาน ผู้อำนวยการโครงการชลประทานน่าน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน กำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มผู้ใช้น้ำ สภาเกษตรกรและประชาชน เข้าร่วมในการประชุมในครั้งนี้
ด้านนายพนมศักดิ์ ใช้สมบุญ ผู้อำนวยการส่วนวางโครงการที่ 1 สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ได้จัดทำผังน้ำระดับลุ่มน้ำ จำนวน 22 ลุ่มน้ำทั่วประเทศแล้วเสร็จ ได้มีข้อมูลสำคัญ เช่น ศักยภาพการระบายน้ำ พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม-น้ำแล้ง ข้อเสนอแนะการใช้ที่ดิน เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้นำไปใช้เป็นแนวทางประกอบการดำเนินงาน ตาม พรบ.ทรัพยากรน้ำ 2561 ต่อมา ในปี 2569 – 2571 กรมชลประทาน จึงได้ดำเนินงานโครงการจัดทำแผนพัฒนาแหล่งน้ำระดับตำบลตามผังน้ำ ซึ่งต่อยอดจากผังน้ำระดับลุ่มน้ำของ สทนช. เพื่อแก้ไขปัญหาด้านน้ำในระดับท้องถิ่นให้ตรงกับความต้องการของพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผลักดันแผนพัฒนาไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมพื้นที่ 1,375 ตำบล, 177 อำเภอ ในเขต 15 จังหวัดภาคเหนือ ส่วนพื้นที่จังหวัดน่านจะครอบคลุมทั้ง 15 อำเภอ, 99 ตำบล, 100 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีระยะเวลาการศึกษา 720 วัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนพฤษภาคม 2571” โดยกรมชลประทาน เชื่อมั่นว่าการพัฒนาแหล่งน้ำที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน และการรับฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่ โดยข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และการแลกเปลี่ยนในวันนี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญที่จะนำไปประกอบการวิเคราะห์ และปรับปรุงแผนพัฒนาแหล่งน้ำให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม