จังหวัดน่าน เดินหน้าแพลตฟอร์ม "NFIP" ปักหมุดสร้างฝายชะลอน้ำกว่า 1.4 หมื่นจุด เฟสแรกสร้างฝายชุมชนได้ทันที มุ่งฟื้นฟูป่าต้นน้ำยั่งยืน

จังหวัดน่าน เดินหน้าแพลตฟอร์ม "NFIP" ปักหมุดสร้างฝายชะลอน้ำกว่า 1.4 หมื่นจุด เฟสแรกสร้างฝายชุมชนได้ทันที มุ่งฟื้นฟูป่าต้นน้ำยั่งยืน

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่ นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในการประชุมติดตามผลการดำเนินงานคณะทำงานวิเคราะห์ข้อมูล และคณะทำงานสำรวจการสร้างฝายระดับอำเภอ ณ ห้องประชุมพระเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดช ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดน่าน เพื่อขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาฝายชะลอน้ำในลำน้ำสาขา จังหวัดน่าน ภายใต้โครงการนวัตกรรมบริหารจัดการน้ำ Nan Flood Intelligence Platform หรือ NFIP

ในการประชุมดังกล่าว มีการรายงานความคืบหน้าการสำรวจจุดพิกัดการสร้างฝายผ่านระบบฐานข้อมูล Google Form ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุด (ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2569) พบว่ามีการกำหนดจุดสร้างฝายในพื้นที่ทั้ง 15 อำเภอ รวมทั้งสิ้นถึง 14,891 จุด โดยพื้นที่ที่มีการกำหนดจุดสร้างฝายมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อำเภอปัว (2,375 จุด), อำเภอทุ่งช้าง (2,320 จุด) และอำเภอท่าวังผา (1,922 จุด) ซึ่งขณะนี้มีพิกัดที่ผ่านการสำรวจและลงข้อมูลในระบบแล้วจำนวน 1,489 จุด

สำหรับแนวทางการพัฒนาฝายชะลอน้ำตามมาตรฐาน NFIP จะยึดหลักการสำคัญคือ "ทำมาก กระจายตัว ใช้วัสดุท้องถิ่น ฟื้นฟูระบบนิเวศ เพิ่มการซึมซับ อนุรักษ์ลำน้ำอย่างยั่งยืน" โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ รวม 5 ประเภท (A-E) ดังนี้

ระยะที่ 1 (ฝายชุมชน - สามารถก่อสร้างได้ทันที) ประกอบด้วย

ประเภท A ฝายชะลอน้ำระดับครัวเรือน/ท้องถิ่น ขนาดเล็กมาก เน้นชะลอการไหลและเพิ่มการซึมซับน้ำ เหมาะกับพื้นที่เกษตรกรรม

ประเภท B ฝายหิน หรือกล่องเกเบี้ยน (ขนาดเล็ก) ช่วยดักตะกอนและชะลอการไหล เหมาะสำหรับลำห้วยขนาดเล็กถึงขนาดกลาง

ประเภท C ฝายแกนดินซีเมนต์ (Soil-Cement ขนาดกลาง) มีโครงสร้างแข็งแรงทนทานโดยใช้วัสดุท้องถิ่นผสมผสาน เหมาะกับลำน้ำขนาดกลางและพื้นที่เกษตรชุมชน

ระยะที่ 2 (ฝายขนาดใหญ่ - ต้องผ่านการออกแบบและอนุมัติโดยวิศวกร) ประกอบด้วย

ประเภท D ฝายแกนดินซีเมนต์เสริมความมั่นคง (ขนาดใหญ่) เหมาะสำหรับลำน้ำสายสำคัญ

ประเภท E ฝายแกนดินซีเมนต์ระบบลดแรงดันแบบขั้นบันได (ขนาดใหญ่พิเศษ) ออกแบบมาเพื่อป้องกันการกัดเซาะและลดความเสี่ยงในลำน้ำสาขาขนาดใหญ่

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาแนวทางการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้เพื่อก่อสร้างฝายให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะขั้นตอนการดำเนินโครงการในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 รวมถึงพื้นที่ คทช. (คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ) และพื้นที่โครงการพระราชดำริ เพื่อให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถประสานงานร่วมกับหัวหน้าโครงการและสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ ในการยื่นขออนุมัติและดำเนินกิจกรรมพัฒนาแหล่งน้ำและโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างโปร่งใสและถูกต้อง

ทั้งนี้ จังหวัดน่านเตรียมนำร่องพิกัด KICK OFF เพื่อเริ่มดำเนินการก่อสร้างฝายในพื้นที่เป้าหมายทันที ซึ่งโครงการฝาย NFIP นี้มุ่งหวังที่จะช่วยชะลอการไหลของน้ำ เพิ่มปริมาณน้ำใต้ดินและความชุ่มชื้น ฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้ และสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับชุมชน เพื่อลดปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยอย่างยั่งยืน ตามพระราชปณิธานในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่านสืบไป

ภาพ/ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความยอดนิยม